นักลงทุนสัมพันธ์

PSTC Leader in Power Supply Solution
and Renewable Energy

หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี


หมวดที่ 1:  สิทธิของผู้ถือหุ้น
บริษัท ได้ตระหนักและให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น  โดยไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดหรือริดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น  รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิของตน โดยสิทธิขั้นพื้นฐานของ     ผู้ถือหุ้น ได้แก่  การซื้อขายหรือการโอนหุ้น  การมีส่วนแบ่งในกำไรของบริษัท  การได้รับข่าวสารข้อมูลของบริษัท อย่างเพียงพอ  การเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ  แต่งตั้งผู้สอบบัญชี  และเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัท เช่น การจัดสรรเงินปันผล การกำหนดหรือการแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณห์สนธิ การลดทุนหรือเพิ่มทุน และการอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น

บริษัท มีการให้ข้อมูล วัน เวลา สถานที่ และวาระการประชุม ตลอดจนข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องตัดสินใจในที่ประชุมแก่ผู้ถือหุ้นเป็นการล่วงหน้า และแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการประชุม รวมถึงขั้นตอนการออกเสียงลงมติ   บริษัท มีการอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียงอย่างเต็มที่ และส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสในการแสดงความเห็นและตั้งคำถามต่อที่ประชุมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ได้  รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามล่วงหน้าและมีโอกาสเสนอวาระการประชุมก่อนวันประชุม   รวมถึงมีสิทธิมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าร่วมประชุม


หมวดที่ 2:  การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
บริษัทมีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหาร  ผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร  ผู้ถือหุ้นต่างชาติ  และผู้ถือหุ้นส่วนน้อย   และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้นว่าคณะกรรมการและฝ่ายจัดการได้ดูแลให้การใช้เงินของผู้ถือหุ้นเป็นไปอย่างเหมาะสม ด้วยเชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นใจในการลงทุนกับบริษัท โดยคณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่กำกับดูแลให้ ผู้ถือหุ้นได้รับการปฏิบัติ และปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน

คณะกรรมการบริษัท ได้จัดกระบวนการประชุมผู้ถือหุ้นในลักษณะที่สนับสนุนให้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท เป็นการล่วงหน้าในเวลาอันสมควร  รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าประชุมด้วยตนเอง  สามารถใช้สิทธิออกเสียงโดยมอบฉันทะให้ผู้อื่นมาประชุมและออกเสียงลงมติแทนได้
คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดแนวทางในการเก็บรักษาและป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเป็นลายลักษณ์อักษร และแจ้งแนวทางดังกล่าวให้ทุกคนในองค์กรถือปฏิบัติ

 

หมวดที่ 3:  บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบและการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ อาทิเช่น ผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน พันธมิตร คู่แข่งทางการค้า เจ้าหนี้ คู่ค้า สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม  และประสานประโยชน์ร่วมกันอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มมั่นใจว่าสิทธิดังกล่าวได้รับความพึงพอใจ และได้รับสิทธินั้นอย่างเต็มที่บนหลักการของความเป็นธรรมเพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน     โดยได้กำหนดเป็นแนวทางที่ต้องปฏิบัติเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มไว้อย่างชัดเจนใน “ข้อพึงปฏิบัติและจริยธรรมทางธุรกิจ” พร้อมทั้งเผยแพร่และรณรงค์ให้คณะกรรมการบริษัท ฝ่ายบริหาร ตลอดจนผู้ปฏิบัติงาน ยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินงาน และถือเป็นภาระหน้าที่ที่สำคัญของทุกคน 

หมวดที่ 4:  การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
บริษัทให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกันและน่าเชื่อถือ

ด้วยบริษัท เชื่อว่าคุณภาพของรายงานทางการเงินเป็นเรื่องที่ผู้ถือหุ้นและบุคคลภายนอกให้ความสำคัญ   คณะกรรมการบริษัท จึงดูแลเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ข้อมูลที่แสดงในรายงานทางการเงินมีความถูกต้อง เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป และผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีที่เป็นอิสระ โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งประกอบด้วยกรรมการที่เป็นอิสระเป็นผู้รับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับคุณภาพของรายงานทางการเงินและระบบการควบคุมภายใน  ทั้งนี้รายงานของคณะกรรมการบริษัท  คณะกรรมการตรวจสอบ  และรายงานของผู้สอบบัญชี  มีรายละเอียดปรากฏในรายงานประจำปี

หมวดที่ 5:  ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
คณะกรรมการบริษัท มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท คณะกรรมการบริษัท   มีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นและเป็นอิสระจากฝ่ายจัดการ

คณะกรรมการบริษัท มีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ และมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท และผู้ถือหุ้นโดยรวม  จึงจัดให้มีระบบแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัท และฝ่ายจัดการที่ชัดเจน  และดูแลให้บริษัทมีระบบงานที่ให้ความเชื่อมั่นได้ว่ากิจกรรมต่างๆ ของบริษัท ได้ดำเนินไปในลักษณะที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีจริยธรรม
คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติหลากหลาย ทั้งในด้านทักษะ ประสบการณ์  ความสามารถเฉพาะด้านที่เป็นประโยชน์กับบริษัท  รวมทั้งการอุทิศเวลาและความพยายามในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเสริมสร้างให้บริษัท มีคณะกรรมการที่เข้มแข็ง
กระบวนการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท เพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้แต่งตั้ง เป็นไปอย่างโปร่งใส  ปราศจากอิทธิพลของผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุมหรือฝ่ายจัดการ  และสร้างความมั่นใจให้กับบุคคลภายนอก
เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท มีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล  คณะกรรมการบริษัท จึงจัดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อทำหน้าที่ช่วยคณะกรรมการบริษัท ในการปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลเกี่ยวกับความถูกต้องของรายงานทางการเงิน ประสิทธิภาพระบบการควบคุมภายใน และการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักจรรยาบรรณต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดี  
กรรมการบริษัท ทุกคนมีความเข้าใจเป็นอย่างดีถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการและลักษณะการดำเนินธุรกิจของบริษัท  พร้อมที่จะแสดงความคิดเห็นของตนอย่างเป็นอิสระและปรับปรุงตัวเองให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา  กรรมการบริษัท มีการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ระมัดระวังและรอบคอบ  โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัท และเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นทุกคน  โดยได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

5.1    โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการของบริษัท ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในระดับตำแหน่งผู้บริหารจากองค์กรต่างๆ จึงสามารถนำประสบการณ์ ความรู้ความสามารถมาพัฒนาและกำหนดนโยบายทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทฯและผู้ถือหุ้น  โดยคณะกรรมการบริษัทจะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายและภาพรวมขององค์กร ตลอดจนมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล ตรวจสอบติดตามผลการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการและประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้
โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ ปัจจุบันบริษัทฯ มีกรรมการทั้งสิ้นจำนวน 8 ท่าน แบ่งเป็นกรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวน 3 ท่าน และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน 5 ท่าน ซึ่งรวมกรรมการตรวจสอบจำนวน 3 ท่าน โครงสร้างกรรมการดังกล่าวจะทำให้เกิดการถ่วงดุลในการออกเสียงเพื่อพิจารณาในเรื่องต่างๆ นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังได้แต่งตั้งอนุกรรมการชุดต่างๆ เพื่อช่วยในการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ดังนี้

1.    คณะกรรมการบริหาร บริษัทฯ มีกรรมการบริหารทั้งสิ้น 6 ท่าน โดยคณะกรรมการบริหารจะเป็นผู้กำหนดแนวทางและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดโดยคณะกรรมการบริษัท และเพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างคล่องตัว
2.    คณะกรรมการตรวจสอบ  บริษัทฯ มีกรรมการตรวจสอบทั้งสิ้น 3  ท่าน  เพื่อปฏิบัติหน้าที่เฉพาะเรื่อง  และเสนอเรื่องให้คณะกรรมการบริษัท พิจารณาและรับทราบ ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบมีสิทธิหน้าที่ตามที่ได้กำหนดไว้ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ   ทั้งนี้ กรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1   ท่านจะต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านบัญชีเพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินของบริษัทฯ ได้

5.2    วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท
ในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการบริษัทออกจากตำแหน่งจำนวนหนึ่งในสาม หรือ จำนวนใกล้ที่สุดกับจำนวนหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการในขณะนั้น โดยกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการพิจารณาเสนอชื่อต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาเลือกให้กลับเข้ามารับตำแหน่งได้

5.3    บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
บริษัทฯ กำหนดให้กรรมการบริษัทฯ ปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียน (Code of Best Practices) ตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยคณะกรรมการต้องเข้าใจและทราบถึงบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของตน และต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัทฯ ตลอดจนมติประชุมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และคำนึงถึงประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้กำหนดนโยบาย เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ แผนธุรกิจ ตลอดจนงบประมาณของบริษัทฯ และกำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบาย เป้าหมาย และแผนการที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นโดยรวม

นโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์
บริษัทฯ มีการกำหนดมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการทำรายการระหว่างกันของบริษัทฯ และบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ว่าผู้บริหารและผู้มีส่วนได้เสียจะไม่สามารถเข้ามามีส่วนในการอนุมัติรายการดังกล่าวโดยคณะกรรมการบริษัท จะต้องดูแลให้บริษัทฯ ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดของสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมตลอดถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน และการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่สำคัญของบริษัทฯ รวมถึงปฏิบัติตามมาตรฐานบัญชีที่กำหนดโดยสมาคมนักบัญชีโดยเคร่งครัด
นอกจากนี้ บริษัทฯ จะจัดให้คณะกรรมการตรวจสอบ หรือผู้สอบบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญอิสระ แล้วแต่กรณีพิจารณาตรวจสอบและให้ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของราคา และความสมเหตุสมผลของการทำรายการ และจะทำการเปิดเผยรายการระหว่างกันดังกล่าวไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินที่ได้รับการตรวจสอบหรือสอบทานโดยผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ แบบแสดงรายงานข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี (แบบ 56-2)

ระบบการควบคุมภายใน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อระบบการควบคุมภายในสำหรับทั้งระดับบริหารและระดับปฏิบัติการ จึงได้มีการกำหนดขอบเขตหน้าที่และอำนาจดำเนินการอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร มีการควบคุมดูแลการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และมีการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบในการอนุมัติ การบันทึกรายการบัญชีและข้อมูลสารสนเทศ และการจัดเก็บดูแลทรัพย์สินออกจากกัน เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลและตรวจสอบระหว่างกันอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีการควบคุมภายในเกี่ยวกับระบบการเงิน โดยบริษัทฯ จัดให้มีระบบรายงานทางการเงินเสนอผู้บริหารสายงานที่รับผิดชอบ โดยสำนักตรวจสอบภายในจะเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบระบบการควบคุมภายใน และรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

5.4    การประชุมคณะกรรมการ

5.4.1    บริษัท จัดให้มีการกำหนดการประชุมคณะกรรมการบริษัท เป็นการล่วงหน้า โดยกำหนดให้มีการประชุมไม่น้อยกว่า 4 ครั้งต่อปี และต้องประชุมกันอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง และมีประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจำเป็น และแจ้งให้กรรมการบริษัท แต่ละคนทราบกำหนดการดังกล่าว พร้อมวาระการประชุมและเอกสารประกอบการประชุมเป็นการล่วงหน้าก่อนการประชุม 7 วัน เพื่อให้กรรมการบริษัท สามารถจัดเวลาและเข้าร่วมประชุมได้  รวมถึงมีเวลาอย่างเพียงพอในการพิจารณาศึกษาวาระการประชุมและเอกสารประกอบการประชุม เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน

5.4.2    ประธานกรรมการบริษัท ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ และเลขานุการบริษัทจะร่วมกันพิจารณาการเลือกเรื่องเข้าวาระการประชุมคณะกรรมการบริษัทตามความสำคัญและจำเป็น  โดยให้แน่ใจว่าเรื่องที่สำคัญได้นำเข้ารวมไว้แล้ว  ทั้งนี้ กรรมการบริษัทแต่ละคนมีความเป็นอิสระที่จะเสนอเรื่องเข้าสู่วาระการประชุม

5.4.3    ประธานกรรมการบริษัท มีการจัดสรรเวลาไว้อย่างเพียงพอที่ฝ่ายจัดการจะเสนอเรื่องและมากพอที่กรรมการบริษัท จะอภิปรายปัญหาสำคัญกันอย่างรอบคอบโดยทั่วกัน  และส่งเสริมให้มีการใช้ดุลยพินิจที่รอบคอบ  และกรรมการบริษัท ทุกคนให้ความสนใจกับประเด็นทุกเรื่องที่นำสู่ที่ประชุม รวมทั้งประเด็นการกำกับดูแลกิจการ

5.4.4    คณะกรรมการบริษัท  สนับสนุนให้กรรมการผู้จัดการเชิญผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริษัทในวาระที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมในฐานะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ โดยตรง 

5.4.5    คณะกรรมการบริษัท สามารถเข้าถึงสารสนเทศที่จำเป็นเพิ่มเติม ได้จากกรรมการผู้จัดการ เลขานุการบริษัท หรือผู้บริหารอื่นหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมาย ภายในขอบเขตนโยบายที่กำหนดไว้

 

5.5    ค่าตอบแทน

5.5.1    ค่าตอบแทนของกรรมการบริษัท จัดอยู่ในลักษณะที่เปรียบเทียบได้กับระดับที่ปฏิบัติอยู่ในบริษัทที่มีขนาดใกล้เคียงกัน ประสบการณ์  ภาระหน้าที่  ขอบเขตของบทบาทและความรับผิดชอบ (Accountability and Responsibility)  รวมถึงประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากกรรมการแต่ละคน  และกรรมการที่ได้รับ มอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น เช่น เป็นสมาชิกของคณะกรรมการตรวจสอบ จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มในระดับที่เหมาะสมและสอดคล้องกับภาระหน้าที่ของกรรมการที่ต้องปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ และเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

5.5.2    ค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือกรรมการผู้จัดการ เป็นไปตามหลักการและนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด  และเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท   ระดับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน   โบนัส   และผลตอบแทนจูงใจในระยะยาว สอดคล้องกับผลงานของบริษัท 

 

5.6    การพัฒนากรรมการบริษัท และผู้บริหาร
คณะกรรมการบริษัท ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้มีการฝึกอบรมและการให้ความรู้แก่ผู้เกี่ยวข้องในระบบการกำกับดูแลกิจการของบริษัท  เช่น  กรรมการบริษัท  กรรมการตรวจสอบ กรรมการบริหาร เลขานุการบริษัท  ผู้บริหาร เป็นต้น  เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง  การฝึกอบรม และให้ความรู้ มีการกระทำเป็นการภายในบริษัท หรือใช้บริการของสถาบันภายนอก

5.7    เลขานุการบริษัท
คณะกรรมการบริษัท เป็นผู้แต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสม 1 คน ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการบริษัท เพื่อทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงหน้าที่ต่างๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานบรรษัทภิบาลที่ดี

1. จัดให้มีและดำเนินการเรื่องการประชุมผู้ถือหุ้น
2. จัดทำและเก็บรักษาทะเบียนกรรมการ หนังสือนัดประชุมและรายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัท
หนังสือนัดประชุมและรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น และรายงานประจำปีของบริษัท

3. แจ้งมติและนโยบายของคณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นให้ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องทราบ และติดตาม
การปฏิบัติตามมติและนโยบายดังกล่าวผ่านประธานกรรมการบริหาร

4. เก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียที่รายงานโดยกรรมการและผู้บริหารระดับสูง และนำเสนอต่อประธานกรรมการบริษัท
และประธานกรรมการตรวจสอบ ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด

5. ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะเบื้องต้นแก่คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยที่แต่งตั้ง
โดยคณะกรรมการบริษัทในประเด็นกฎหมาย ระเบียบและข้อพึงปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการ

6. ดูแลให้หน่วยงานเลขานุการบริษัทเป็นศูนย์กลางของข้อมูลองค์กร (Corporate Records)       อาทิ      หนังสือจดทะเบียนนิติบุคคล  
หนังสือบริคณห์สนธิ  ข้อบังคับ  ทะเบียนผู้ถือหุ้น  ใบอนุญาตประกอบธุรกิจประเภทต่างๆ ของบริษัท เป็นต้น

7. ดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลและรายงานสารสนเทศในส่วนที่รับผิดชอบต่อหน่วยงานกำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย
กฎระเบียบและนโยบายการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของบริษัท

8. ดูแลติดต่อและสื่อสารกับผู้ถือหุ้นทั่วไป ให้ได้รับทราบสิทธิต่างๆ ของผู้ถือหุ้นและข่าวสารของบริษัท
9. ให้ข่าวสารและข้อมูลแก่กรรมการในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของบริษัท เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ
10. จัดให้มีการปฐมนิเทศสำหรับกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่
11. ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดที่กฎหมายกำหนด